<?xml version='1.0' encoding='UTF-8'?><?xml-stylesheet href="http://www.blogger.com/styles/atom.css" type="text/css"?><feed xmlns='http://www.w3.org/2005/Atom' xmlns:openSearch='http://a9.com/-/spec/opensearchrss/1.0/' xmlns:georss='http://www.georss.org/georss' xmlns:gd='http://schemas.google.com/g/2005' xmlns:thr='http://purl.org/syndication/thread/1.0'><id>tag:blogger.com,1999:blog-1692184200571135711</id><updated>2011-04-21T13:04:51.548-07:00</updated><title type='text'>BUTTERFLY ROUTE</title><subtitle type='html'>How to be a Butterfly..if you never feel hurt 
How to be a Butterfly..if you never feel lonely
How to be a Butterfly..if you never know how to be a worm</subtitle><link rel='http://schemas.google.com/g/2005#feed' type='application/atom+xml' href='http://butterflyroute.blogspot.com/feeds/posts/default'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/1692184200571135711/posts/default?max-results=100'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://butterflyroute.blogspot.com/'/><link rel='hub' href='http://pubsubhubbub.appspot.com/'/><author><name>Butterfly route</name><uri>http://www.blogger.com/profile/09250843354013818302</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><generator version='7.00' uri='http://www.blogger.com'>Blogger</generator><openSearch:totalResults>7</openSearch:totalResults><openSearch:startIndex>1</openSearch:startIndex><openSearch:itemsPerPage>100</openSearch:itemsPerPage><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-1692184200571135711.post-6709357636867615266</id><published>2007-11-26T23:32:00.000-08:00</published><updated>2007-11-26T23:33:11.961-08:00</updated><title type='text'>ปีใหม่นี้..มีการ์ดสวยๆสำหรับเพื่อนของคุณแล้วหรือยัง</title><content type='html'>&lt;a href="http://2.bp.blogspot.com/_DVFz1IJ_ucA/R0vBai4SvfI/AAAAAAAAADs/M9OPE1DTN4s/s1600-h/ChiangMai0107+175.jpg"&gt;โปสการ์ดทำมือสวยๆ สำหรับเป็นการ์ดอวยพรปีใหม่ค่ะ มีหลายแบบให้เลือก ทางด้านขวามือค่ะ&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;สนใจติดต่อสั่งซื้อได้ที่ 089 1175221 หรือส่งอีเมล์มาได้ที่ &lt;a href="mailto:aeea26@yahoo.com"&gt;aeea26@yahoo.com&lt;/a&gt;&lt;a href="http://2.bp.blogspot.com/_DVFz1IJ_ucA/R0vBai4SvfI/AAAAAAAAADs/M9OPE1DTN4s/s1600-h/ChiangMai0107+175.jpg"&gt; นะคะ &lt;/a&gt;&lt;br /&gt;ราคาจำหน่ายภาพละ 12 บาท ค่าจัดส่งแบบลงทะเบียนฟรีค่ะถ้าจำนวนไม่เกิน 20 ภาพ&lt;br /&gt;ถ้าเกินกว่านั้นขออนุญาตคิดค่าจัดส่งตามน้ำหนักจริงนะคะ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;การชำระเงิน : โอนเงินผ่าน ธนาคารไทยพาณิชย์ สาขาทองหล่อ บัญชีออมทรัพย์ เลขที่ 042 255091 6&lt;br /&gt;หรือ ธนาคารกสิกรไทย สาขาบางกะปิ บัญชีออมทรัพย์ เลขที่ 003 2 86195 4 ชื่อบัญชี กนกพร วิวัฒนาการ&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/1692184200571135711-6709357636867615266?l=butterflyroute.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://butterflyroute.blogspot.com/feeds/6709357636867615266/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=1692184200571135711&amp;postID=6709357636867615266' title='0 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/1692184200571135711/posts/default/6709357636867615266'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/1692184200571135711/posts/default/6709357636867615266'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://butterflyroute.blogspot.com/2007/11/blog-post.html' title='ปีใหม่นี้..มีการ์ดสวยๆสำหรับเพื่อนของคุณแล้วหรือยัง'/><author><name>Butterfly route</name><uri>http://www.blogger.com/profile/09250843354013818302</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-1692184200571135711.post-2178232483208795945</id><published>2007-09-17T02:09:00.000-07:00</published><updated>2007-09-17T02:12:11.498-07:00</updated><title type='text'>ผู้หญิงกินเหล้า 3 : ก๋ากั่น</title><content type='html'>ผู้หญิงกับเหล้า..จริงๆฟังดูมันไม่ค่อยจะเข้ากันซักเท่าไหร่ อันว่าสาวไหนดื่มเหล้าเป็นน้ำ ต้องไม่พ้นถูกคนขนานนามว่า แม่เมรีขี้เมา เป็นแน่แท้..          ถึงสมัยนี้ สังคมจะเปิดกว้าง มองไปในสถานบันเทิงที่ไหน ย่อมเห็นผู้หญิงเป็นจำนวนมากกว่าผู้ชายแน่นอน ไม่รู้ว่าเพราะเหตุผลที่จำนวนประชากรหญิงมากกว่าประชากรชายไทย หรืออาจจะเพราะเหตุผลอื่นใดก็ตามแต่&lt;br /&gt;         วิธีการดื่มสุราของผู้หญิงแต่ละคนก็แตกต่างกันออกไป ดื่มแบบจิบๆ (ออกสังคม) ดื่มโชว์หนุ่มหรือโชว์เพื่อน ดื่มเพื่อลืมเธอ (ช่วงอกหัก) ดื่มหัวราน้ำ (พวกแอลกอฮอลิซึ่ม) หรืออื่นๆ ...แล้วคุณล่ะ วิเคราะห์ตัวเองออกมั้ยว่าเป็นแบบไหน&lt;br /&gt;        &lt;strong&gt; ดื่มแบบจิบๆ&lt;/strong&gt; : กลุ่มนี้เน้นแบบเพื่อออกสังคมมากกว่า ไม่เน้นเมา แต่เน้นสวยไว้ก่อน แม่สอนไว้ ส่วนมากก็จะชอบเครื่องดื่มประเภท ไวน์ คอกเทล เพราะสีสวย รสหวานและดูรับประทานง่าย แต่ถ้าอร่อยมากไปก็เมาไม่รู้ตัวเหมือนกัน เห็นมานักต่อนักแล้ว ประเภทมือใหม่หัดดริ้งค์ เจอหนุ่มๆหลอกชนคอกเทลจนเมาหัวปักกลางงานเลี้ยง ตอนมาสวยอย่างกะนางฟ้า ขากลับเหมือนนกปีกหัก โดนหามขึ้นรถสภาพยับเยินเกินห้ามใจ ระวังไว้..คอกเทลนี่แหละตัวดี ใครกี่คนจะรู้ว่าดีกรีมันแรงกว่าเหล้าสีขนาดไหน อย่าจิบจนเพลิน เพราะจะเมาไว เมาหนักและเมาค้างแน่นอน&lt;br /&gt;         &lt;strong&gt;ดื่มโชว์หนุ่มหรือโชว์เพื่อน&lt;/strong&gt; : พวกนี้มีเหตุผลในการกินแค่ไม่กี่ประการ โชว์หนุ่ม หรือโชว์เพื่อน ว่าตัวข้านี้ คอแข็งยิ่งนัก ซดเอา กระดกเอา บางรายซ่าส์มากหน่อยก็ตบเหล้าเพียวๆ ตามด้วยน้ำเปล่า หรือที่เรียกกันว่า &lt;strong&gt;"ดับเพลิง"&lt;/strong&gt; สาวๆจ๋า ถ้าคอไม่แข็งจริง และไม่เจ๋งจริง อย่าเชียว ไม่ว่าจะโดนท้าโดยทายอย่างไรก็ใจแข็งไว้เถิด เสียหน้านิดหน่อย แต่ตอนเมาจะเสียฟอร์มหนักกว่าหลายเท่านัก ดีไม่ดีจะพลอยเสียอย่างอื่นซ้ำอีก ได้ไม่คุ้มเสียหรอกนะจะบอกให้&lt;br /&gt;        &lt;strong&gt;ดื่มเพื่อลืมเธอ&lt;/strong&gt; : พวกเมาประชดรัก เห็นมาอีกมากมายหลายรายเช่นกัน ไม่เห็นมันจะลืมได้ซักเท่าไหร่เลย ยิ่งเมายิ่งเพ้อเจ้อหนักกว่าเดิม ร้องไห้คร่ำครวญปานประหนึ่งญาติผู้ใหญ่เสียชีวิต แล้วสภาพตอนร้องไห้ไปเมาไป มีรายไหนสวยบ้าง ถามหน่อยเถอะ แถมบางรายอยากลืมมาก จนยั้งไม่อยู่ สุดท้ายได้แฟนใหม่โดยไม่เจตนาเพราะเมาไม่รู้เรื่องนี่แหละ โธ่ถัง! หาแฟนตอนเมา คงได้ดีกว่าที่ผ่านมาหรอกนะจ๊ะ เขาเรียกว่าเจอกันในสถานที่อโคจร แปลว่า &lt;em&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;แม้แต่วัว มันยังไม่อยากเดินผ่าน (???)..&lt;/span&gt;&lt;/em&gt;แล้วเธอจะหาสุภาพบุรุษแสนดี มีน้ำใจและรักเธอจริงจังได้ในสถานที่แบบนี้งั้นหรือ  ลองคิดดู&lt;br /&gt;        &lt;strong&gt;ดื่มหัวราน้ำ&lt;/strong&gt; : พวกนี้เข้าข่ายแอลกอฮอลิซึ่ม ซึ่งเพื่อนๆชอบบอกว่า ฉันจัดอยู่ในประเภทนี้ แม้ฉันจะอ้างสุนทรพจน์ของท่านพี่โกวเล้งที่ว่า &lt;strong&gt;"ข้าพเจ้ามิได้ชื่นชอบในรสชาติของสุรา แต่ชื่นชอบในบรรยากาศของการร่ำสุรา"&lt;/strong&gt;  แต่ดูท่าจะไม่ค่อยมีใครเชื่อสักเท่าไร หาว่าฉันเอาพี่โกวเล้งแกมาเป็นข้ออ้างในการไปกินเหล้า แต่ ฉันขอยืนยันว่า ฉันเป็นคนที่ไม่ชอบกินเหล้าตอนเศร้าหรือเครียด แต่ชอบกินในวงเหล้าที่มีเพื่อนฝูงมาพบปะสังสรรค์เพื่อสรวลเสเฮฮามากกว่า เพราะรสชาติเหล้ามันขมพอแล้ว จะเอามาเติมให้ชีวิตมันขมขื่นยิ่งกว่าเดิมอีกทำไม แล้วสมองเราก็จะทำงานหนักมากขึ้นและแอลกอฮอล์ก็จะเข้าไปช่วยกดประสาทหนักกว่าเดิม  ตานี้ล่ะ เมาไม่รู้เหนือรู้ใต้กันไปเลย&lt;br /&gt;       เคยมีอยู่ครั้งหนึ่งที่เครียดมากเลยตัดสินใจชวนเพื่อนสาวไปดริ้งค์กันแถวอาร์ ซี เอ วันนั้นสามสาวดวดกันไปหนึ่งกลมครึ่ง เมาปลิ้น แต่ยังไม่หนำใจ จะไปต่อที่สีลมซอย 4 ซึ่งสมัยนั้นฮิตกันมาก บางบาร์เปิดถึงเจ็ดโมงเช้า เพราะยังไม่มีกฎหมายควบคุมเวลาปิดสถานบันเทิงเหมือนตอนนี้ ความเมามักทำให้เรามองเห็นช้างตัวเท่าหมูและทำอะไรไม่ค่อยคิด&lt;br /&gt;       คุณๆเคยเห็นลวดสลิงที่กั้นทางข้ามถนนตลอดแนวใต้รถไฟฟ้าไหม เขาจะขึงเพื่อไม่ให้คนข้ามตามแนวเกาะกลางถนน แต่จริงๆมันก็จะมีช่องทางให้ข้ามไปได้เป็นบางช่อง แต่คนเราอารามเมาและรีบจะไปกินเหล้าต่อ กลัวขาดตอน ทำให้ฉันลงทุนคลานลอดลวดสลิงที่ว่านั่นไปหน้าตาเฉย แล้วที่น่าเกลียดสุดๆคือ ก้นน้อยๆอันงามงอนของฉัน ดันไปติดอยู่กับสลิงเส้นล่างสุดที่ดีดกลับลงมาพอดี ค้างดิ้นกระแด่วๆอยู่ตรงนั้น เงยหน้ามาฝั่งตรงข้าม บรรดาฝูงมนุษย์หน้าสีลมซอย 4 ยืนขำฉันกันขี้แตกขี้แตน ที่ร้ายกว่านั้น คือ เพื่อนที่มาด้วยกัน มันเดินไปข้ามตรงช่องทางข้ามซึ่งห่างไปแค่สามสี่ก้าวเรียบร้อยแล้ว พวกมันยืนขำกันอยู่อีกนานกว่าจะคิดได้วิ่งมาช่วยเอาตัวฉันออกมาจากใต้ลวดสลิง นอกจากจะไม่ได้กินเหล้าแล้ว ยังขายหน้าประชาชีถนนสีลมอีกต่างหาก.. มิหนำซ้ำ ตอนกลับไปห้อง ฉันรู้สึกว่าท้องไส้ปั่นป่วนมาก เลยจะเข้าไปอาเจียนในห้องน้ำ นั่นคือความรู้สึกครั้งสุดท้าย ก่อนจะตื่นมาพบว่า ตัวเองนอนหลับไปใต้อ่างล้างหน้า โดยมีถังขยะเป็นหมอนหนุนหัว สภาพทุเรศที่สุดตั้งแต่เคยกินเหล้ามา ที่แย่คือ ดันจำได้ว่าตัวเองทำอะไรไปบ้าง เพราะก็ยังไม่เมาถึงที่สุด แค่หลุดๆ ลืมคิดเท่านั้นเอง (จริงๆนะ)...&lt;br /&gt;        หลังจากวันนั้น ฉันก็ได้คิดว่า กินเหล้าตอนมีความสุข สนุกกว่าเยอะ เหล้ามันจะหวาน ดื่มแล้วเพลิน ไม่ค่อยเมาหนัก ต่อมความสุขของร่างกายก็ทำงานได้ดี ได้สนุกสนาน หัวเราะขำขันกับมุขตลกของเพื่อนๆได้เต็มที่ แล้วก็จะกินแบบรู้ตัวว่าควรจะหยุดตอนไหน กลับบ้านตอนไหน กลับยังงัย เห็นไหม สบายกว่ากันเยอะ..ที่สำคัญ ศรีษะของเราท่าน จะได้นอนบนหมอมนุ่มๆ หลับสบาย ไม่ใช่นอนบนถังขยะแบบฉันแน่ๆ&lt;br /&gt;        แต่ก็อาจจะด้วยการที่ฉันขยันร่วมวงสุรากับบรรดาเพื่อนผู้ชายเป็นโขยงๆบ่อยครั้งเกินไป ทำให้หลายคนมองว่า ฉันดูเป็นผู้หญิงห้าวและก๋ากั่นมาก ฉันก็มักจะตอบว่า เปล่าหรอก บุคลิกฉันเป็นคนห้าวแบบนั้นเอง แต่เวลากินเหล้าฉันจะระวังตัวเองเป็นที่สุด เพราะเคยมีประวัติเกือบจะถูกมอมยามาแล้ว แต่เนื่องจากเป็นคนสวยมาตั้งแต่เกิด (ฮา...ไม่มีใครชม ขอชมตัวเองนี้ดส์นึง) เลยต้องมีการระวังตัวไว้เป็นอย่างดี พอรู้สึกว่ามีอะไรแปลกๆลอยอยู่ในแก้วเหล้า ดื่มเข้าไปแล้วมันเหมือนมีรสชาติเฝื่อนๆลิ้น เลยรีบเทเหล้าทิ้งก่อนและยืนด่าๆๆๆ ไอ้คนที่เอายาอะไรมาใส่ในแก้วเหล้าจนเอาตัวรอดมาได้ อ่ะ อ่ะ ไม่เชื่อล่ะสิ ..อย่าดูถูกกันไปเชียวนา อย่างน้อย หน้าตาอย่างฉันก็ทำให้มีคนตาถั่วในที่มืด(สนิท) มาแล้ว ..&lt;br /&gt;        แต่ก็นะ..สาวๆหลายคนซ่าส์ไม่ดูที่ดูทาง ถูกหลอกชนแก้วก็ชนเอาๆ โดยเฉพาะเวลาดื่มกับหนุ่มๆแปลกหน้าที่เข้ามาจีบ เผลอไว้ใจว่าหน้าตาดี จนลืมมองในแก้ว ลืมชิมว่ารสเหล้าที่เข้าปาก มันแปร่งไปมั้ย มัวแต่มั่นใจจนลืมระวังตัว สุดท้าย แค่เหล้าแก้วนั้น เธอก็อาจจะต้องเจอกับภยันตรายร้ายแรงหลายอย่างที่คาดไม่ถึง&lt;br /&gt;        กฎสำคัญของผู้หญิงที่ริจะกินเหล้า หรือจะเข้าวงการสุรา ..พึงสำเหนียกไว้ให้ดีๆด้วยว่า &lt;strong&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;เราต้องดูแลตัวเองให้ดีที่สุด&lt;/span&gt; .&lt;/strong&gt;..จำเอาไว้นะ..จะซ่าส์ จะก๋ากั่นทั้งทีก็ให้มีลิมิต อย่าทำร้ายตัวเอง ด้วยการดื่มจนสิ้นสติ &lt;br /&gt;     &lt;strong&gt;   ริ&lt;/strong&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;&lt;strong&gt;จะกินเหล้าก็อย่าให้เคล้าน้ำตา ..ริจะดื่มสุรา ก็อย่าให้เสียอนาคต..&lt;br /&gt;&lt;/strong&gt;&lt;/span&gt;        เป็นสุภาษิตสอนหญิงเพิ่มเติมบทใหม่ที่ต้องจำเอาไว้ให้ดีๆ ท่องเอาไว้ให้แม่นมั่นเลยนะสาวๆ มิฉะนั้นจะหาว่าไม่เตือน..&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/1692184200571135711-2178232483208795945?l=butterflyroute.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://butterflyroute.blogspot.com/feeds/2178232483208795945/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=1692184200571135711&amp;postID=2178232483208795945' title='2 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/1692184200571135711/posts/default/2178232483208795945'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/1692184200571135711/posts/default/2178232483208795945'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://butterflyroute.blogspot.com/2007/09/3_17.html' title='ผู้หญิงกินเหล้า 3 : ก๋ากั่น'/><author><name>Butterfly route</name><uri>http://www.blogger.com/profile/09250843354013818302</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>2</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-1692184200571135711.post-6459464587284977061</id><published>2007-06-17T23:39:00.000-07:00</published><updated>2007-06-17T23:41:02.263-07:00</updated><title type='text'>ผู้หญิงกินเหล้า 2 : เทียบรุ่น</title><content type='html'>สมัยสาวๆตอนที่ต่อมความห้าวเพิ่งเริ่มแตก ฉันเป็นผู้หญิงคนเดียวของกลุ่มเพื่อนๆและอาจจะเป็นคนเดียวของคณะที่บังอาจไปงัดข้อกินเหล้ากับนักการ หรือภาษาง่ายๆของบ้านเรา ก็คือ ภารโรงนั่นเอง&lt;br /&gt;        เนื่องจากคณะที่ฉันเรียนออกจะไฮโซพอควร ในสายตาของคนทั่วไป นักการของเราจึงค่อนข้างจะดูดีมีระดับตามไปด้วย อันหมายถึง เป็นคนที่นักศึกษาต้องพึ่งพาตลอดทั้งการขอใช้ห้องเรียน หรือห้องประชุม สำหรับทำกิจกรรมรอบค่ำ และการอำนวยความสะดวกต่างๆในการใช้สถานที่ทั้งหมดทุกส่วนของคณะ ทั้งในและนอกเวลาราชการ การใช้บริการเวรยามต่างๆ รวมไปถึงธุระอื่นๆทั้งส่วนรวมและส่วนตัวอีกด้วย ซึ่งถ้าเราซี้กับพี่ๆนักการเสียแล้ว ทุกอย่างในคณะนี้ก็ไม่ต้องห่วง ถือได้ว่าพี่ๆนักการนั้นเป็น "ผู้ทรงอิทธิพล" เล็กๆกลุ่มหนึ่งทีเดียว&lt;br /&gt;         ดังนั้น การไปร่วมเสวนาในวงเหล้ากับนักการ ถือว่านอกจากจะได้กลุ่มเพื่อนรุ่นใหญ่แล้ว ยังได้ประโยชน์กับการทำกิจกรรมในคณะอย่างมหาศาล แม้กระทั่งการออกค่ายอาสาฯ ที่มีฉันเป็นประธาน ก็ยังมีพี่ๆนักการลางานตามไปช่วยงานค่ายด้วย ซึ่งคณะอื่นไม่มีใครเขาทำกันแน่ๆ ขืนลางานไปแบบนี้คงได้โดนไล่กลับไปนอนให้เมียเลี้ยงอยู่ที่บ้านกันเป็นแถวๆ..&lt;br /&gt;        ใครจะเคยเห็น ภาพพี่ๆนักการไปยืนหน้ามันช่วยผสมปูนฉาบฝา ทาสีอาคารเรียน ขุดหลุม ลงเสา กี่ค่ายที่จะมีพี่นักการของคณะตามไปจนถึงหมู่บ้านห่างไกลความเจริญเพื่อช่วยดูแลเป็นธุระเรื่องหุงหาอาหาร รวมไปถึงกับแกล้มในวงสุราตอนแดดร่มลมตก กี่คณะที่จะมีนักการคอยดูแลเป็นหูเป็นตา ตามไปดูแลความปลอดภัยให้นักศึกษานอกสถานที่ถึงขนาดนั้น ไม่มี๊ ไม่มีหรอก บอกได้เลย..&lt;br /&gt;        แต่กว่าจะมีวันที่พวกเราและพี่ๆนักการได้ใกล้ชิดสนิทสนมกลมเกลียวกันจนถึงขั้นนั้น ฉันต้องเอาตัวเข้าไปคลุกวงในอยู่หลายยก ฮ่า ฮ่า อย่าเข้าใจผิด ฉันหมายถึงการเอาตัวเองเข้าไปคลุกคลีในวงเหล้าที่พี่ๆเขาสังสรรค์กันเป็นประจำต่างหาก กิจกรรมยามเย็นที่เราพบเห็นอยู่เสมอคือ วงสุราที่พี่ๆนักการแอบซ่องสุมกันอยู่หน้าร้านอาหารใต้ตึกคณะ ซึ่งไม่มีทางที่จะรอดพ้นพวกหูผี จมูกมดอย่างฉันไปได้ ฉันโฉบไปเฉี่ยวมาจนพี่ๆสงสัย แล้วแกล้งเอ่ยปากชวนว่า อ้าว! เอ็ง ไม่ลองกินซักกรึ๊บรึ... จะว่าท้าทายก็ไม่เชิง แต่ก็นะ เรามันก็บุกมาถึงถิ่นขนาดนี้..ลองเสียหน่อยเป็นไร ไม่กินเดี๋ยวจะหาว่า ไม่แน่จริง..&lt;br /&gt;        วันที่พี่ๆนักการออกแนวชื่นชมฉันมากที่สุด จนถึงกับเอาไปเล่าเป็นวีรกรรมให้รุ่นน้องได้ฟังต่อมาอีกยาวนานหลายรุ่น ก็คงเป็นวันที่ฉันก๋ากั่นได้ที่ ถึงขนาดยืนดวดแม่โขงเพียวๆตบด้วยมะนาวหนึ่งชิ้น กินมันกันตั้งแต่ยังไม่แดดร่มลมตกเลย แถมซัดกันซะใต้คณะนั่นทีเดียว เย้ยจมูกคณบดีเหลือหลาย  แหม! ไอ้ตอนนั้น ฉันก็ว่าเรานี่ช่างแมนเสียเหลือเกิน ไม่ได้มองตามสายตาใครต่อใครหรอกนะ ว่าคนอื่นเขาจะชื่นชมด้วยรึเปล่า แต่ให้มาย้อนคิดตอนนี้ บอกตรงๆ..งง..!! ทำไปได้..&lt;br /&gt;         นี่ยังไม่รวมที่พี่ๆนักการที่น่ารัก ที่ได้ช่วยขยายข่าวว่าต้องมาคอยปลุกฉันไปเข้าเรียนในตอนเช้า หลังจากที่ฉันสโลสเล มามหาวิทยาลัยตั้งแต่ตีห้าเศษ แล้วต้องมานอนรอเข้าเรียนด้วยนะ อ๊ะ..อ๊ะ..อย่าตกใจ มิได้ขยันเรียนแต่อย่างใด แต่เพิ่งกลับมาจากไปเที่ยวดิสโก้เธค (สมัยยังมีแรงดิ้น) เลิกมาตอนตีห้าเศษๆ แต่มีเรียนตอนแปดโมงเช้า ซึ่งเป็นวิชาที่ต้องเช็คชื่อ เลยตัดสินใจว่านั่งรอประตูมหาลัยเปิดตอนตีห้าครึ่งแล้วเข้าไปนอนในคณะกันเลยดีกว่า ว่าแล้วฉันกับเพื่อนอีกคน (ซึ่งเป็นผู้ชายหน้าตาดีติดอันดับของคณะเสียด้วย) ก็ไปยึดเก้าอี้ยาวสองตัวนอนมันกันเสียที่ริมสนามฟุตบอลฝั่งตรงข้ามคณะนั่นเอง เรื่องนี้ยิ่งน่าอายหนักขึ้นไปอีก ไม่อยากจะเชื่อเลย ว่าเมื่อก่อนฉันเป็นไปได้ขนาดนั้น แถมไอ้เพื่อนยากคนนั้น อันเป็นชายในฝันของสาวๆหลายคนในคณะก็ต้องพลอยมารับเคราะห์เสียชื่อเสียงไปกับฉันด้วย หาหญิงควงไม่ได้ไปอีกหลายเดือนกว่าข่าวจะซา จะโทษใครก็คงไม่ได้ พวกเรามันบ้าเอง ฉันเองก็พลอยโดนกระหน่ำด้วยข้อหาว่า ไปเที่ยวแรดกับหนุ่มๆจนเช้า แถมโทรมมาขนาดหนักจนถึงขั้นกลับบ้านไม่ได้ ความจริงฉันไม่ได้มองว่าเรื่องนี้มันน่าเอาเยี่ยงอย่างแต่ประการใด หนำซ้ำยังน่าเขกกะโหลกเสียด้วยซ้ำ แต่ถ้าเอามาเทียบกับเด็กสมัยนี้หลายๆคนแล้ว บอกได้เลยว่า ฉันยอมแพ้ ยกธงขาวให้เลย..&lt;br /&gt;            แต่ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นบ้าง ทุกเรื่องก็ไม่ใช่ปัญหาของความสัมพันธ์ระหว่างเรา เพราะเรารู้ว่าจริงๆแล้วพี่ๆก็รักพวกเรามากพอดู จึงขยันสรรหาเรื่องราวมาหยอกล้อให้ได้เฮฮากันอยู่เสมอ ทุกๆปีใหม่ และเทศกาลสำคัญต่างๆ ฉันและเพื่อนๆ จะมีของขวัญติดไม้ติดมือเป็นเครื่องเซ่นให้พี่ๆทุกปี แม้กระทั่งจบออกมาแล้ว ก็ยังแวะเวียนไปเยี่ยมเยียนกันอยู่อย่างสม่ำเสมอ บางครั้งไม่มีเวลาก็จะฝากคำทักทายไปกับคนที่มีจะมีธุระผ่านไปแถวนั้นเมื่อมีโอกาส&lt;br /&gt;            มีเรื่องราวมากมายหลายเรื่องที่พี่ๆนักการและพวกฉัน มีประสบการณ์สนุกๆร่วมกันตลอดระยะเวลาสี่ปีที่ใช้เวลาร่ำเรียนในมหาวิทยาลัย..แม้เรื่องราวส่วนมากจะเกิดในวงเหล้า แต่บางครั้ง มิตรภาพที่งดงามก็งอกเงยจากวงสุราได้เหมือนกัน เหมือนพี่ๆนักการกลุ่มนี้ ที่ฉันให้ความนับถือประหนึ่งญาติสนิทที่สามารถยกมือไหว้ท่วมหัวได้ โดยไม่ใส่ใจถึงสถานภาพอื่นใดทางสังคม แม้บางคนจะดูซอมซ่อมอซอในสายตาคนอื่น แต่โดยเนื้อแท้น้ำใจแล้ว น่าเคารพกราบไหว้มากกว่าหลายคนที่ใส่สูทผูกไทดูภูมิฐานเสียอีก&lt;br /&gt;            พี่ๆเหล่านั้น ทุกวันนี้ต่างคนก็แยกย้ายกระจัดกระจายกันไปตามเวลา บางคนก็เสียชีวิตไปแล้ว บางคนก็โยกย้ายกลับไปอยู่ภูมิลำเนาบ้านเกิดตามอายุราชการ บางคนก็ยังทำงานอยู่ที่เดิม เพื่อที่จะเฝ้ามองนักศึกษาที่ผลัดเปลี่ยนเวียนหน้ากันไป รุ่นแล้วรุ่นเล่า จนกว่าจะถึงวันเกษียนอายุ ในใจคงคิดว่า ซักวัน จะได้เจอเพื่อนรุ่นน้องที่แสบซ่าและอาจหาญมาเทียบรุ่นอย่างพวกเราอีกหรือไม่ แต่ไม่ว่าจะอย่างไร ฉันรู้ว่า พวกเราทุกคนจะจดจำกันและกันได้เสมอ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;คิดถึงพี่ๆทุกคน&lt;br /&gt;คารวะและอาลัย แด่..ลุงจวบ ผู้ลาลับ&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/1692184200571135711-6459464587284977061?l=butterflyroute.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://butterflyroute.blogspot.com/feeds/6459464587284977061/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=1692184200571135711&amp;postID=6459464587284977061' title='1 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/1692184200571135711/posts/default/6459464587284977061'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/1692184200571135711/posts/default/6459464587284977061'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://butterflyroute.blogspot.com/2007/06/2.html' title='ผู้หญิงกินเหล้า 2 : เทียบรุ่น'/><author><name>Butterfly route</name><uri>http://www.blogger.com/profile/09250843354013818302</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>1</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-1692184200571135711.post-4484458424047862868</id><published>2007-05-10T00:17:00.000-07:00</published><updated>2007-05-10T00:19:07.353-07:00</updated><title type='text'>ผู้หญิงกินเหล้า1: เปิดฝาขวด</title><content type='html'>&lt;span style="color:#00cccc;"&gt;      อยู่มาจนย่างเข้าหน้าหนาวที่สามสิบกว่าๆ วันดีคืนดีก็มีคนมาถามว่า “แกเริ่มกินเหล้าตั้งแต่เมื่อไหร่” ถามแบบนี้ เหมือนจะตอบง่ายนะ แต่จะให้ตอบจริงๆก็ยากเอาการ เอาเป็นว่าตั้งแต่โตจนจำความได้ ฉันก็คลุกคลีกับวงเหล้าข้างบ้านมาแต่เล็กแต่น้อยแล้ว แต่ก็ไม่เคยมีความคิดในหัวแม้แต่นิดเดียวว่าโตขึ้นมาจะได้รับเชื้อสายเผ่าพันธุ์เมรีขี้เมามากับเขาด้วย&lt;br /&gt;             อันที่จริงตอนอยู่ที่จังหวัดบ้านเกิด ฉันก็ไม่ใช่เด็กเรียบร้อยมาแต่ไหนแต่ไรแล้วเป็นพวกแอบซ่าส์ไง อยู่บ้านเรียบร้อยอย่างกับผ้าขี้ริ้วพับไว้ คือ วางไว้เฉยๆก็พอจะดูได้ แต่เวลาเอาออกมาใช้ถึงจะรู้ว่ามันโคตรยับและกระดำกระด่างเลย  ครั้นพอได้เข้ามาเรียนมัธยมปลายที่กรุงเทพ มันเหมือนนกน้อยบินออกจากกรง(ทอง) อย่างไรอย่างนั้นทีเดียว เหมือนกลับด้านเอาผ้าขี้ริ้วออกมาโบกสะบัดแบบไม่ต้องแอบกันแล้ว ฉันเริ่มคบหาเพื่อนฝูงก๊วนแก๊งที่เป็นสาวเปรี้ยว และได้เจอบรรดาสาวสวยชาวกรุง ที่พอมาเห็นถึงได้รู้ว่า พวกเราที่อยู่บ้านนอกนี่เชยสนิทไปเลย สาวๆที่นี่เขาหัดเที่ยวกลางคืน หัดกินเหล้ามาตั้งแต่ยังไม่อดนมกล่องกับคอนเฟล็กซ์เลยด้วยซ้ำ แล้วกลุ่มที่ฉันสนิทด้วย ก็ให้บังเอิญว่ามีสาวสวยประจำกลุ่ม ซึ่งค่อนข้างจะเป็นที่หมายปองของหนุ่มๆบรรดานักเรียนนายร้อยต่างๆมากพอควร ไม่นับหนุ่มใหญ่หนุ่มน้อยแถวบ้านอีกหลายคน อีกทั้งเธอยังเปรี้ยวซ่าส์ กินเหล้าสูบบุหรี่ได้เท่มากๆ (ในสายตาฉัน)&lt;br /&gt;             วันแรกที่คิดแอบหนีแม่ไปออกเที่ยวกับเพื่อนๆ ก็ต้องมีการอ้างกันว่าไปค้างบ้านเพื่อนเพื่อทำรายงาน ซึ่งเป็นข้ออ้างยอดฮิตของวัยรุ่นทั้งหลายตามระเบียบ แล้วเราสามคนก็ชวนกันแต่งตัวสวยขึ้นรถเก๋งคันงามที่หนุ่มนักเรียนนายร้อยมารอรับเพื่อนฉันไปผับใหญ่แห่งหนึ่งย่านรัชดาภิเษก&lt;br /&gt;“โอว..แม่เจ้า ทำไมมันมืดขนาดนี้ ควันอะไรทำไมกลิ่นแปลกๆ โห...เค้าใส่เสื้ออะไรกันน่ะ ตัวเล็กจิ๋วเดียวเอง ฯลฯ” โอ๊ย..สารพัดความคิดที่แสนตื่นเต้นเร้าใจวิ่งวนอยู่ในหัว แต่เนื่องจากกลัวว่าจะถูกเพื่อนๆล้อว่าเป็นบ้านนอกไม่เคยออกเที่ยวเลยต้องฟอร์มดีนิ่งไว้ก่อน...แม่สอนไว้&lt;br /&gt;และขอภูมิใจเสนอว่า เหล้าขวดแรกที่กิน ไฮโซมากๆ ไม่ใช่ธรรมดา ด้วยความหน้าใหญ่ใจโตของหนุ่มๆที่อยากอวดสาว ก็ทำให้ควักกระเป๋าเปิดแบล็กเลเบิล (หรือบักย่างดำ ของชาวลาว) เลี้ยงสาวได้ในราคาขวดละประมาณ 2,500 บาท ในสมัยสิบกว่าปีก่อน เปิดเหล้าในผับจะราคาแพงมาก เพราะไม่ใช่ที่ที่ใครๆก็เข้าไปเที่ยวได้หมด ต้องมีเงินพอสมควร ยิ่งเป็นผับในโรงแรมใหญ่ เดินไปกระทบไหล่ดารากันเป็นว่าเล่น ฉันเจอกระทั่งดาราสาวบางคนที่เวลาให้สัมภาษณ์ในโทรทัศน์แสนจะเรียบร้อย ภาพพจน์ดีเป็นนางเอ๊ก นางเอก ออกมาโฆษณาเชิญชวนไม่ให้กินเหล้า สูบบุหรี่ แต่ที่เห็นกับตา คือเจ๊เล่นยืนดูดบุหรี่ท่าสวยพ่นควันปุ๋ยพร้อมกรีดนิ้วกรายจับแก้วเหล้ากระดกเข้าปากเหมือนไม่รู้รส นี่ถ้าบรรดาแฟนคลับของเจ้าหล่อนมาเห็นเข้าคงจะพากันลมจับกันหมดแน่ๆ&lt;br /&gt;              เหล้าอร่อยรึงัย..ทำไมถึงกินกันจัง?? เป็นคำถามยอดฮิตมากๆ แต่ถ้าถามความคิดเห็นส่วนตัวของฉัน ขอบอกว่าในอารมณ์แรกที่กิน มันไม่อร่อย ทั้งขม ทั้งเฝื่อน ทั้งเหม็น และทำให้ปวดหัวในตอนตื่นนอนแถมด้วยอาการคลื่นไส้ ไม่มีอะไรดีกับสุขภาพแม้แต่อย่างเดียว แต่บังเอิญที่สุดว่าวันนั้น ฉันไม่มีอาการแสดงว่าเมาแม้แต่นิดเดียว ทำให้เพื่อนๆพากันออกจะทึ่งว่า คอแข็งไม่เบาทั้งๆที่กินเหล้าเป็นครั้งแรก โอว..พระเจ้าจอร์ช ในที่สุดฉันก็ค้นพบพรสวรรค์ของตัวเองเข้าจนได้..ฮ่า ฮ่า การกินเหล้าไม่เมา เป็นความใฝ่ฝันสูงสุดของสาวๆในแก๊งฉันทีเดียว เพราะพวกเรามีความตั้งใจอยู่ลึกๆเหมือนกันว่า จะทำให้พวกหนุ่มๆชีกอทั้งหลายมันกระเป๋าฉีกให้ได้ จะได้เลิกมาตอแยไปเองโดยไม่เสียน้ำใจ แถมได้กินเหล้าฟรีอีกด้วย...เย้ๆ&lt;br /&gt;            คืนวันนั้นเหล้าทั้งขวดหมดไปโดยมีแต่พวกหนุ่มๆที่พากันเมาส่งเสียงโวยวายดังพอสมควร ชนิดที่ว่าถ้าเป็นแถวบ้านนอกคงถูกยิงทิ้งไปแล้ว พวกเราก็เลยตัดสินใจปล่อยให้พวกนั้นวิ่งตามหาเรากันเอาเอง ส่วนพวกเราน่ะเหรอ..ชวนกันโบกแท๊กซี่กลับบ้านสิคะ กลับไปนอนหลับสบายใจเฉิบ กินอิ่มจัง ตังค์อยู่ครบแบบนี้ ใครจะไม่มีความสุขล่ะ ไอ้เรื่องเมาน่ะมันก็เมาบ้าง มึนๆ แต่ขอบอก..รุ่นนี้ไม่มีอ้วกค่ะ..เสียดายของ ที่สำคัญเสียฟอร์มอีกต่างหาก&lt;br /&gt;            แต่อะไรสำคัญที่สุดรู้มั้ยจ๊ะ สาวๆทั้งหลาย สิ่งสำคัญที่สุดของการไปกินเหล้ากับพวกมนุษย์เพศตรงข้ามที่เป็นอันตรายกับพวกเราก็คือ อย่าเมาจนหลุด คุมสติไม่ได้ จะโดนหิ้วไปไหนก็ไม่รู้..อย่าเชียวนะ ใครจะว่าเราเก๊ก เรากินน้อย คออ่อนเหลือเกิน มากินเหล้าก็ต้องเมาสิ ฯลฯ แล้วมาคะยั้นคะยอให้กิน หลอกล่อให้ชนแก้ว แต่ถ้าเรารู้ตัวว่าเราไม่แน่จริง คอไม่แข็งพอ ก็อย่าไปฟัง อย่าไปหวั่นไหวเชียวนะ เอาแค่จิบๆก็พอค่ะ โดนตื๊อมากๆก็แอบเททิ้งมันไปบ้างก็ได้ ไม่งั้นจะหาว่าเจ๊ไม่เตือน..ตื่นเช้ามา ไม่เขาก็เรา คงมีซักคนนอนซุกคลุมโปงร้องไห้ฮือๆอยู่ในผ้าห่ม อีกคนยืนสูบบุหรี่พ่นควันปุ๋ยอยู่ที่หน้าต่าง แล้วหันมามองที่เตียงด้วยหางตาแน่ๆ..&lt;br /&gt;            สุดท้าย คนที่จะเสียใจว่าไม่ควรเปรี้ยวออกไปกินเหล้าเลย นอกจากตัวเราเองแล้วยังมีพ่อแม่พี่น้องเราอีกมากมายหลายคนเลยนะ ที่จะเสียใจไปกับเราด้วย เพราะฉะนั้น จำไว้..คิดจะเปรี้ยว ก็อย่าให้ต้องเสีย(ว) สาวนะจ๊ะ..ดูแลตัวเองให้ดีๆ รักสนุก แต่อย่าทุกข์ถนัด เก็บความคึกไว้ให้ตัวเองได้ใช้ไปนานๆดีกว่า..&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ด้วยรักและห่วงใย &lt;/span&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/1692184200571135711-4484458424047862868?l=butterflyroute.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://butterflyroute.blogspot.com/feeds/4484458424047862868/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=1692184200571135711&amp;postID=4484458424047862868' title='3 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/1692184200571135711/posts/default/4484458424047862868'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/1692184200571135711/posts/default/4484458424047862868'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://butterflyroute.blogspot.com/2007/05/1.html' title='ผู้หญิงกินเหล้า1: เปิดฝาขวด'/><author><name>Butterfly route</name><uri>http://www.blogger.com/profile/09250843354013818302</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>3</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-1692184200571135711.post-2053178975336720782</id><published>2007-05-10T00:01:00.000-07:00</published><updated>2007-05-10T00:07:38.695-07:00</updated><title type='text'>ตะลุยป่า..ตามล่าหาป่องปง</title><content type='html'>&lt;span style="color:#ffff66;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;span style="color:#ffcc00;"&gt;มีคนชอบถามว่า ขยันเดินทางไปโน่นมานี่บ่อยๆ ไม่เห็นมีอะไรมาฝากกันบ้างเลย จะอธิบายอย่างไรดีว่า ที่ที่ไปแต่ละที่ไม่ใช่สถานที่ท่องเที่ยวแบบที่ใครๆไปกัน มองซ้ายมองขวามีแต่ป่ากับป่า หรือไม่ก็ทะเลที่อยู่นอกเขตท่องเที่ยว มีแต่หาดทรายดำๆกับน้ำขุ่นๆ แลไม่เห็นนักท่องเที่ยวแม้แต่คนเดียว&lt;br /&gt;ฉันไม่ใช่นักท่องเที่ยว พอๆกับที่ไม่ใด้เป็นนักเดินทางอย่างที่อยากจะเป็น เพราะไม่เคยมีเวลามากพอขนาดนั้น การเดินทางไปไหนแต่ละครั้งมักจะถูกพ่วงงานติดไปด้วยอย่างน้อยหนึ่งชิ้นเสมอ แต่ก็ไม่เคยเบื่อ เพราะทุกครั้งจะมีเหตุการณ์หลายหลากเกิดขึ้นหมุนเวียนกันให้ได้นำมาจดไว้ในความทรงจำ และส่วนมากสิ่งที่ทำให้ประทับใจ ก็จะไม่ใช่ความสวยงามของสถานที่ที่ไป แต่มักจะเป็นบุคคลต่างๆที่มีเรื่องราวในชีวิตที่น่าสนใจ ซึ่งพวกเขาเหล่านั้น จะกลายเป็นตัวแทนภาพของสถานที่นั้นๆทุกครั้งเวลาที่นึกถึงมากกว่าภาพพระอาทิตย์ตกดินหรือภาพทิวทัศน์งามๆ&lt;br /&gt;&lt;strong&gt;กาญจนบุรี&lt;/strong&gt;&lt;em&gt; &lt;/em&gt;เป็นจังหวัดที่ฉันมีโอกาสได้ไปเยือนบ่อยที่สุด เมื่อสงกรานต์ที่แล้ว ฉันฉลองวันหยุดโดยการไปเที่ยวที่&lt;strong&gt;หมู่บ้านกองม่องทะ&lt;/strong&gt; หมู่บ้านกะเหรี่ยงเก่าแก่ชายขอบทุ่งใหญ่นเรศวร ในอาณาเขตของผืนป่าตะวันตก ป่าใหญ่ผืนสุดท้ายทางตะวันตกของประเทศ ที่มีอาณาเขตเชื่อมต่อกันถึง 6 จังหวัด มีพื้นที่กว่า 11.7 ล้านไร่ ประกอบด้วยอุทยานแห่งชาติและเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า รวม 17 แห่ง และมีความหลากหลายทางชีวภาพของพืชพันธุ์และสัตว์ป่าสูงมากจนมีการประกาศให้เป็นมรดกโลกถึง 2 พื้นที่คือ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง และทุ่งใหญ่นเรศวร&lt;br /&gt;&lt;strong&gt;กองม่องทะ&lt;/strong&gt; เป็นหมู่บ้านกะเหรี่ยงขนาดประมาณ 90 หลังคาเรือน มีประชากรประมาณ 200 คน นับเป็นหมู่บ้านที่เข้าถึงได้ง่ายที่สุดจากถนนสายหลักที่มุ่งตรงเข้าสู่ตัวอำเภอสังขละบุรี ชาวกะเหรี่ยงที่นี่ยังคงสามารถรักษาวิถีชีวิตเดิมๆไว้ได้มากพอควร ยังคงมีสาวกะเหรี่ยงนุ่งชุดขาว หรือชุด “เชวา” ให้เห็นอยู่ ไม่เหมือนบางพื้นที่ที่หันไปอีกทีสาวกะเหรี่ยงก็เริ่มใส่เสื้อผ้าวัยรุ่นนุ่งกางเกงยีนส์ขายาวแบบสาวกรุงกันแล้ว แม้ว่าเครื่องกำเนิดไฟฟ้าโซล่า เซลล์ จะมีเข้ามา แต่ไม่ใช่ว่าทุกบ้านจะพร้อมใจกันหาซื้อโทรทัศน์และเครื่องเล่นวีซีดีมาใช้ เพราะความสมถะและความรักสันโดษ ยังคงเป็นลักษณะนิสัยประจำตัวของชนชาวกะเหรี่ยงอยู่เสมอ&lt;br /&gt;ฉันและเพื่อนอีกสามคน ไปจนถึงทางเข้าหมู่บ้านกองม่องทะ ด้วยการเดินแบกเป้ลุยทางดินแดงเข้าไปกว่ากิโล จึงโบกได้รถกระบะของพี่ชายใจดีที่บึ่งตะลุยฝุ่นมาแวะรับพวกเราเข้าไปส่งที่หน้าหมู่บ้าน เราเดินทะลุดงไม้เข้าไปเล็กน้อย ก็ถึงบ้านของพี่บุญชู อดีตพรานมือดีของกองม่องทะ ที่ปัจจุบันหันมาทำงานอนุรักษ์ผืนป่าตะวันตกร่วมกับองค์กรเอกชนอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมหลายแห่ง พี่บุญชูอายุ 42 ปี มีเมียสาวสวย 1 คนและลูกๆอีกหลายคน อาศัยอยู่ร่วมชายคาเดียวกันในบ้านใต้ถุนสูง มีห้องนอนห้องเดียว ครัวอยู่ด้านหลังบ้าน ใช้หุงหาอาหาร ชงน้ำชาและอื่นๆ&lt;br /&gt;เราถึงบ้านพี่บุญชูประมาณใกล้เที่ยง ทำให้มีเวลาเพียง 30 นาทีในการเตรียมตัวแบ่งเสื้อผ้าและของใช้จำเป็นลงกระเป๋าใบเล็ก พี่บุญชูเตรียมเสื้อผ้า และอาหารบางส่วนใส่ลงใน “กือ”หรือ กระบุง ซึ่งเป็นของใช้ประจำวันที่เราพบเห็นได้ทั่วไปในกลุ่มชาวเขา ทำมาจากไม้ไผ่ที่มีความแข็งแรงและหนา จับสานแบบละเอียดมีความคงทนสามารถใช้ได้นาน สมัยก่อนใช้เก็บเสื้อผ้า หรือเก็บเมล็ดข้าวและเมล็ดข้าวโพด เพราะมีความถี่มาก ไม่รั่ว ทำให้สามารถเก็บวัสดุต่างๆได้หลายชนิด และเวลาไปไร่ไปสวนจะใช้แบกพืชผักกลับบ้าน จะเรียกได้ว่าเป็นอุปกรณ์เอนกประสงค์ของชาวกะเหรี่ยงเลยก็ว่าได้&lt;br /&gt;พี่บุญชูสะพายกือ พร้อมสวมแตะดาวเทียมคู่ชีพพาพวกเราออกเดินทางไปทางเหนือของหมู่บ้าน ผ่านสวนขนุน สวนกล้วย ฝ่าดงแดดในไร่ซากที่เพิ่งผ่านการเผา ถึงตรงนี้เล่นเอาพวกเราแทบลมจับด้วยความร้อน เปลวแดดบ่ายบวกกับความระอุของไร่ซากที่เพิ่งผ่านการเผามาหมาดๆ ทำเอาเราต้องราดน้ำบนผ้าเช็ดหน้าเอามาคลุมหน้าไว้ตลอดทาง พี่บุญชูบอกพวกเราก่อนออกเดินทางมาว่า ต้องเดินผ่าน 12 ห้วยถึงจะไปถึงจุดหมายปลายทางของเราที่พี่บุญชูชวนเข้าไปเที่ยว คือ “น้ำตกป่องปง” น้ำตกที่พี่บุญชูและชาวบ้านกองม่องทะเพิ่งค้นพบได้ไม่นาน แต่นี่เดินมาเกือบชั่วโมงแล้ว ยังไม่มีวี่แววลำห้วยให้เห็นแม้แต่น้อย&lt;br /&gt;ในขณะที่ฉันกำลังเริ่มจินตนาการว่าตัวเองกลายเป็น ม.ร.ว.หญิงดาริน วรฤทธิ์แห่งเพชรพระอุมา ตอนที่กำลังจะตายเพราะอากาศที่ร้อนตับแตกและอดน้ำในป่าแฝกที่แสนหฤโหด อยู่ดีๆ ก็มาโผล่ออกที่ริมลำห้วยขนาดใหญ่ น้ำสูงเกินหัวเข่าสาวกะเหรี่ยงที่กำลังเดินข้ามสวนมา “ห้วยแรกและ” เสียงพี่บุญชูร้องบอก เอาเถอะนะ..ข้ามน้ำแบบนี้ก็เย็นดี ดีกว่าเดินฝ่าแดดเปรี้ยงๆแบบที่ผ่านมา พวกเราคิดในใจ แต่ไม่มีใครคาดคิดว่า ห้วยต่อๆมาของพี่บุญชูจะกว้างขึ้นเรื่อยๆ น้ำแรงขึ้นเรื่อยๆ จนถึงห้วยที่เก้า (จากการคาดคะเนของพวกเรา) หนึ่งสาวในคณะของเราก็ได้เปียกทั้งตัว เกือบจมน้ำหายไป ดีที่ว่าคว้าไว้ได้ทัน&lt;br /&gt;พวกเราเดินมาสามชั่วโมงครึ่ง แวะทักทายหมู่บ้านระหว่างทางอีก 2 แห่ง ก็มาถึงดงหญ้าสูงท่วมหัว ที่มีรอยเท้าสัตว์ประเภทกีบย่ำเป็นเทือกไปหมด ทำเอาพวกเราขนลุก เพราะกลัวว่าจะต้องเจอกับฝูงกระทิงหรืออะไรสักอย่างที่รออยู่นอกดงหญ้า พี่ที่มาด้วยบอกว่า ให้พนันกัน 100 เอา 10 เลย ว่าเป็นวัว..ฉันก็เถียงว่า วัวบ้าอะไรจะมาอยู่ในป่าลึกขนาดนี้...แต่ในนาทีต่อมา ที่เราพ้นจากดงหญ้า พวกเราก็ได้ปะทะกองทัพวัวกว่า 50 ตัว เป็นวัวบ้านจริงๆที่ชาวกะเหรี่ยงเลี้ยงไว้&lt;br /&gt;บุกป่าฝ่าดงกันมาขนาดนี้ อย่างน้อยขอให้ได้เห็นเจ้าป่องปง..น้ำตกที่แทบไม่เคยมีใครเข้าไปถึงให้เป็นบุญตาสักหน่อย&lt;br /&gt;ทางข้างหน้าเป็นป่าไผ่ที่ไม่มีเส้นทางเดินเท้าชัดเจน เพราะปกติไม่มีใครเข้ามาที่นี่บ่อยนัก เว้นแต่ตัวพี่บุญชูกับคนในหมู่บ้านที่เข้ามาหาของป่าเป็นครั้งคราว ขนาดพี่บุญชูเองยังต้องหยุดคิดและนึกเส้นทางอยู่เป็นระยะๆ เราพบรอยกองไฟสองสามกองระหว่างทาง ซึ่งพี่บุญชูบอกว่า เป็นกลุ่มนักท่องเที่ยวที่สนิทสนมกัน ก็วานให้แกพามาที่ป่องปงนี่เหมือนกัน แต่ต้องพักแรมกลางทางที่นี่ 1 คืน แล้วพวกเราจะพักที่นี่ไหม หรือจะไปให้ใกล้ที่สุด..พวกเราเลือกอย่างหลังแล้วกลั้นใจเดินข้ามห้วยที่สิบเอ็ดตามหลังพี่บุญชูไปติดๆ&lt;br /&gt;ยิ่งฉันเดินไปไกลมากขึ้นเท่าไหร่ ฉันก็ยิ่งค้นพบว่า การเดินป่าไม่ได้ยากเย็นอย่างที่คิด เราเองก็ทำได้ แม้แต่ช่วงที่ต้องไต่บนขอบเหวที่มองลงไปเห็นน้ำตกกระแทกหิน หมุนวนเป็นแอ่งน้ำจากุชชี่อยู่เบื้องล่าง ไม่มีอะไรให้เกาะยึด นอกจากรากไผ่ป่าที่โผล่พ้นดินมาคืบเดียว&lt;br /&gt;ตอนที่ฉันลื่นไถลลงมาจากขอบผาชันนั้น พี่ที่อยู่ด้านล่างช่วยคว้าข้อเท้าไว้ และพี่บุญชูก็เพียงแค่หันมามอง พร้อมส่งมือที่พยุงกือข้างหนึ่งมาให้แล้วถามว่า “กลัวดั้วะเหรอ..เบาะและก้อไม่เชื่อว่าอย่ะมา อย่ะมา” (แปลไทยชัดๆว่า -กลัวด้วยเหรอ บอกแล้วก็ไม่เชื่อว่าอย่ามา อย่ามา) ประโยคนี้ เป็นประโยควัดใจกันเลยทีเดียว ฉันคว้ามือพี่บุญชูไว้ ดึงตัวเองขึ้นจากขอบผา แล้วกัดฟันตอบว่า “ก็แค่มันลื่น ไม่ได้กลัวซักหน่อย” ...แล้วกลั้นใจอย่างหนักก่อนที่จะเริ่มไต่แบบตีนตุ๊กแกเลียบเขาที่มีที่ให้เหยียบเดินแคบกว่าทางเดินเลียงผาเสียอีก แต่คำพูดซื่อๆเพียงประโยคเดียวของพี่บุญชู ทำให้คนกลัวความสูงที่กำลังขาสั่นอย่างฉัน มีพลังที่จะข้ามผ่านจุดนั้นไปได้ด้วยตัวเอง และฉันยังอดสงสัยไม่ได้ว่า แตะดาวเทียมคู่นั้น ทำไมถึงไม่ลื่นไม่ไถล ยังคงเดินเร่งไปข้างหน้าด้วยอัตราคงที่ ไม่เหนื่อย ไม่พัก แม้กือที่คล้องศีรษะอยู่จะมีน้ำหนักไม่ต่ำกว่า 10 กิโลกรัมจากการคาดคะเนของฉัน&lt;br /&gt;เรามาถึงจุดพักแรมประมาณ 6 โมงเย็น พี่บุญชูช่วยกางเต๊นท์ ทำเพิงกันน้ำค้างที่เลียบลำห้วยฝั่งตรงข้ามถ้ำเล็กๆ&lt;br /&gt;คืนนั้น ฉันหลับสนิทด้วยความเหน็ดเหนื่อย แม้จะนอนในเต๊นท์ที่ข้างใต้เป็นหินตะปุ่มตะป่ำ ไม่มีผ้ารอง และอากาศด้านนอกเย็นชื้น หนาวเหน็บจนแทบหายใจไม่ออกก็ตาม แต่มองไปก็เห็นพี่บุญชูที่นั่งก่อไฟกองใหญ่อยู่ด้านนอกให้อุ่นใจเสมอ พวกเราตื่นแต่เช้าตรู่พร้อมกับความชื้นแฉะของเสื้อผ้าและอากาศ เราถูกพี่บุญชูเร่งให้รีบกินข้าว แล้วบอกว่าต้องเดินอีกประมาณ 2 ชั่วโมงจะถึงน้ำตก ต้องรีบออกเดินทางก่อนฝนจะตก พวกเรารีบจัดการอาหารเช้าแบบง่ายๆ คือกับข้าวเหลือจากเมื่อคืน กาแฟสำเร็จรูป เปลี่ยนเสื้อผ้ามาใส่ชุดเปียกของเมื่อวาน แล้วก้าวตามพี่บุญชูที่หายลับเข้าไปในดงป่าเบื้องหน้า ทำเอาเราต้องจ้ำสาวรอยเท้าพี่บุญชูเข้าไปอย่างกระชั้นชิด เพราะป่าบริเวณนี้เป็นป่าดิบ ไม่มีร่องรอยทางเดินอะไรปรากฎให้เห็นเลย พี่บุญชูพาเราลุยห้วยสวนลำธารขึ้นไปเรื่อยๆ ซึ่งพี่แกบอกว่าเป็นน้ำจากน้ำตกป่องปงนั่นแหละ พวกเราเลยใจชื้นว่าอีกไม่ไกลคงถึงเสียที&lt;br /&gt;ภาพที่เห็นเบื้องหน้าของพวกเรา เป็นน้ำตกขนาดไม่ใหญ่นัก มีสายน้ำไหลลงจากผาหินเรียบลื่นที่อุดมไปด้วยตะไคร่น้ำสีเขียว มีโขดหินกั้นกระแสน้ำด้านบนเป็นระยะๆ สายน้ำกระโจนลงในแอ่งเบื้องล่างที่เหมือนสระว่ายน้ำแบบวงกลมขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 10 เมตร ทำเอาฉันถอนใจเฮือกใหญ่..เท่านี้เองนะหรือป่องปง น้ำตกธรรมดาๆที่เทียบไม่ได้กับน้ำตกเอราวัณหรือห้วยแม่ขมิ้น ไม่งาม ไม่ใส ไม่อลังการใหญ่โตและทำเอาฉันเกือบตาย แต่พวกเราก็ดั้นด้นมาจนเจอ&lt;br /&gt;.............................................................................................................................................&lt;br /&gt;เวลามีใครถามว่า น้ำตกนี้สวยคุ้มค่ากับที่ฝ่าฟันไปแทบเป็นแทบตายไหม ฉันตอบได้ทันทีเลยว่า..ไม่... ที่สวยงามคือ ป่าผืนใหญ่ที่เราล่วงเข้ามา มีแต่ความอุดมสมบูรณ์ที่ทำให้เรารู้สึกเหมือนได้เข้ามาเยือนโลกยุคดึกดำบรรพ์และใช้ชีวิตเหมือนคนป่าโบราณ ได้รับอากาศบริสุทธิ์ ได้ลงเล่นในลำธารสะอาดใส และได้เห็นหลากสีสันของพันธุ์ไม้นานาชนิดที่แข่งขันประชันความงามในราวป่า&lt;br /&gt;เส้นทางไปป่องปงต่างหากที่คุ้มค่า คนที่นำพาเราเข้าไปต่างหากที่ควรระลึกถึง พี่บุญชูพรานกะเหรี่ยงที่จะไม่มีวันยื่นมือมาช่วยฉุดดึงพวกเราถ้าไม่จำเป็น เพราะรู้ว่า คนเราทำได้ทุกอย่างถ้าไม่ขลาดกลัว เพียงแค่ขอให้พวกเรามีสติและกำลังใจที่เข้มแข็ง มั่นคง สิ่งสำคัญที่ฉันได้รับจากการเดินทางในครั้งนี้ ก็คือ การเอาชนะตัวเอง เอาชนะความกลัว และความอ่อนแอ&lt;br /&gt;เส้นทางไปตามหาป่องปง เหมือนชีวิตคนเราทุกคนที่ต่างต้องมีจุดหมายที่ตั้งใจไว้ ที่จะไปให้ถึง แม้ว่าทุกย่างก้าวที่กำลังจะล้มลงด้วยความเหน็ดเหนื่อย และเต็มไปด้วยความรันทดท้อ แต่ต้องกัดฟันเดินต่อไปเพราะ ถ้ากลัวความสูง กลัวกระแสน้ำ จะไม่ได้ข้ามพ้นไปจนบรรลุถึงสิ่งที่ตั้งใจ ถ้าหยุดเดินก็จะทำให้ไปไม่ถึงจุดหมาย กำลังใจเป็นสิ่งที่เราสร้างได้ด้วยตัวเอง ไม่ต้องให้ใครมาสร้างให้ ถ้าเจอสิ่งที่ทำให้เราสะดุดล้ม ควรรีบลุกขึ้นใหม่ บอกตัวเองให้ได้เหมือนวันนั้นว่า …“ก็แค่มันลื่น ไม่ได้กลัวซักหน่อย” &lt;/span&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/1692184200571135711-2053178975336720782?l=butterflyroute.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://butterflyroute.blogspot.com/feeds/2053178975336720782/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=1692184200571135711&amp;postID=2053178975336720782' title='0 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/1692184200571135711/posts/default/2053178975336720782'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/1692184200571135711/posts/default/2053178975336720782'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://butterflyroute.blogspot.com/2007/05/blog-post_10.html' title='ตะลุยป่า..ตามล่าหาป่องปง'/><author><name>Butterfly route</name><uri>http://www.blogger.com/profile/09250843354013818302</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-1692184200571135711.post-2751327873494724615</id><published>2007-05-09T21:33:00.000-07:00</published><updated>2007-05-09T21:36:07.834-07:00</updated><title type='text'>กว่าจะเป็นผีเสื้อ...</title><content type='html'>&lt;span style="color:#33cc00;"&gt;ก่อนจะเป็นผีเสื้อ..ต้องเรียนรู้ว่าการเป็นหนอนแสนจะยากลำบากขนาดไหน&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color:#33cc00;"&gt;กว่าจะเอาตัวรอดจากการเป็นอาหารของสัตว์อื่น&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color:#33cc00;"&gt;กว่าจะเรียนรู้ที่จะเป็นดักแด้&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color:#33cc00;"&gt;กว่าจะเรียนรู้ที่จะทนโดดเดี่ยวเพียงลำพังในใยหุ้ม&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color:#33cc00;"&gt;กว่าจะเรียนรู้ที่จะผ่านบทเรียนของการรอคอยที่ทรมาน&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color:#33cc00;"&gt;กว่าจะผ่านความเจ็บปวดของการเปลี่ยนแปลงตัวเองเพื่อจะเติบโตเป็นผีเสื้อแสนสวย&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color:#33cc00;"&gt;.................................................&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color:#33cc00;"&gt;เมื่อเลือกที่จะเป็นผีเสื้อ&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color:#33cc00;"&gt;ก็ต้องเคารพในการตัดสินใจของตนเอง และยอมรับสิ่งที่จะเกิดขึ้นอย่างเต็มใจ&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color:#33cc00;"&gt;ใช้ความอดทน อดกลั้น รอคอยอย่างสงบนิ่ง..เยือกเย็น&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color:#33cc00;"&gt;ทนกัดฟันผ่านความเจ็บปวดและน้อมรับบาดแผลของการเติบโต&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color:#33cc00;"&gt;ในที่สุด..เราก็จะกลายร่างเป็นผีเสื้อแสนสวย&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color:#33cc00;"&gt;ที่จะโบกบินไปได้อย่างเสรี&lt;/span&gt; &lt;span style="color:#33cc00;"&gt;และเรียนรู้ที่จะรักตัวเองได้มากกว่าที่ผ่านมา&lt;/span&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/1692184200571135711-2751327873494724615?l=butterflyroute.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://butterflyroute.blogspot.com/feeds/2751327873494724615/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=1692184200571135711&amp;postID=2751327873494724615' title='0 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/1692184200571135711/posts/default/2751327873494724615'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/1692184200571135711/posts/default/2751327873494724615'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://butterflyroute.blogspot.com/2007/05/blog-post.html' title='กว่าจะเป็นผีเสื้อ...'/><author><name>Butterfly route</name><uri>http://www.blogger.com/profile/09250843354013818302</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-1692184200571135711.post-6888851383829813838</id><published>2007-05-09T20:53:00.001-07:00</published><updated>2007-05-09T20:53:23.283-07:00</updated><title type='text'>Soul of the World</title><content type='html'>&lt;strong&gt;...The Soul of the World is nourished by people's happiness. And also by unhappiness, envy, and jealousy. To realize one's Personal Legend is a person's only real obligation. All things are one. And when you want something, all the universe conspires in helping you to achieve it.&lt;br /&gt;&lt;/strong&gt;&lt;br /&gt;&lt;em&gt;---THE ALCHEMIST by Paulo Coelho&lt;/em&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/1692184200571135711-6888851383829813838?l=butterflyroute.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://butterflyroute.blogspot.com/feeds/6888851383829813838/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=1692184200571135711&amp;postID=6888851383829813838' title='1 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/1692184200571135711/posts/default/6888851383829813838'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/1692184200571135711/posts/default/6888851383829813838'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://butterflyroute.blogspot.com/2007/05/soul-of-world.html' title='Soul of the World'/><author><name>Butterfly route</name><uri>http://www.blogger.com/profile/09250843354013818302</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>1</thr:total></entry></feed>
